ต่างประเทศ

WHO ยกไทยกำกับดูแล "วัคซีนโควิด" มีประสิทธิภาพเกือบสูงสุด ไม่แพ้ชาติใดในโลก

9 มี.ค. 2565

179 views

โฆษกรัฐบาล เผย WHO ประกาศยกระดับระบบการกำกับดูแลวัคซีนของไทย มีประสิทธิภาพ อยู่ในระดับ 3 เป็นอันดับ 2


(10 ต.ค.) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก (World Health Organisation) ได้ประกาศให้ระบบการกำกับดูแลวัคซีนของไทย (Thailand's National Regulatory Authority (NRA) for vaccine) อยู่ในระดับที่ 3 (Maturity Level 3) ซึ่งสูงสุดเป็นอันดับ 2 (ระดับวัด 1 ถึง 4 สูงสุดคือระดับ 4) ของระบบการจำแนกประเภทในการกำกับดูแลวัคซีนระดับชาติตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก มีผลเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา


โดย Mariangela Simao ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ขององค์การอนามัยโลก ได้ประกาศในการประชุมวิสามัญของ International Conference of Drug Regulatory Authorities (ICDRA) เมื่อวันที่ 20-24 กันยายน 2564


ทั้งนี้ ระบบการจำแนกประเภทในการกำกับดูแลวัคซีนระดับชาติ ขององค์การอนามัยโลก ใช้การประเมินผ่านเครื่องมือ Global Benchmarking Tool (GBT) ที่มีมาตรฐานโดยคำนึงถึงคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ โดยประเมินเป็นระดับวัด 1 ถึง 4 ซึ่งประเทศไทยอยู่ในระดับวัดที่ 3 หมายถึง ระบบการกำกับดูแลวัคซีนมีเสถียรภาพ มีการบูรณาการการทำงานอย่างเป็นระบบ


นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก ยังระบุด้วยว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไทยได้ปรับปรุงระบบการกำกับดูแลวัคซีน (NRA) มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการวัคซีนภายในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก


ความคืบหน้าเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของไทย ในการเป็นหน่วยงานที่ได้รับความไว้วางใจ สามารถส่งออกวัคซีนที่ผลิตภายในประเทศได้ รวมไปถึงมีส่วนสนับสนุนการจัดหาวัคซีน ในระดับภูมิภาคและระดับโลก อีกทั้งมุ่งมั่นที่จะขยายแนวทางการกำกับดูแลวัคซีน พัฒนายา และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง


นายธนกร เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชื่นชมการทำงานของทุกภาคส่วน กระทรวงสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ที่มีส่วนสำคัญต่อความก้าวหน้าในการฉีดวัคซีนของไทย ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อความก้าวหน้าของของระบบสาธารณสุขไทย จนเป็นที่ยอมรับและได้รับการรับรองจากนานาชาติ


นายกฯ เน้นย้ำว่า รัฐบาลพร้อมเร่งพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น และวางแนวนโยบายที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ

คุณอาจสนใจ

Related News